เป็นเรื่องธรรมดาที่คนเราทุกคนย่อมต้องการแสวงหาความก้าวหน้าในชีวิต ต่างคนต่างดิ้นรนต่อสู้เพื่อก้าวไปสู่จุดหมายที่ตั้งไว้ แต่ก็ใช่ว่าทุกคนจะสามารถทำความฝันของตนให้เป็นจริงได้ เพราะในโลกแห่งความเป็นจริงนั้น สังคมไทยเต็มไปด้วยช่องว่างระหว่างชนชั้น  แต่ในขณะที่คนรวยนั้นชีวิตเต็มไปด้วยโอกาสและทางเลือกมากมาย แต่สำหรับคนยากจนแล้ว การจะหาอาหารใส่ปากท้องให้เต็มอิ่มในแต่ละมื้อนั้นก็ดูจะเป็นเรื่องยากเสีย แล้ว วิธีเดียวที่จะลดช่องว่างดังกล่าวได้ก็คือการทำทุกอย่างเพื่อจะได้เงินมา ถึงแม้ว่าจะต้องใช้วิธีการที่ไม่ถูกต้องนัก ตราบที่สังคมไทยยังยอมรับนับถือคนมีเงิน

     หลังจากที่หญิงสาวตัดสินใจแน่วแน่ว่าจะยึดอาชีพขายของเก่าแล้ว เส้นทางวิบากด่านแรก ที่พวกเธอต้องเจอก็คือการหาช่องทางเข้าประเทศญี่ปุ่น เนื่องจากปัญหาต่างๆ ที่หญิงสาวนักบุกเบิกก่อเอาไว้ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการทะเลาะวิวาท โรคติดต่อจากการค้าประเวณี การใช้ยาเสพติดและการพนันและคดีอาชญากรรมต่างๆ ทำให้หญิงไทยที่ไปติดต่อขอวีซ่าเข้าประเทศญี่ปุ่นจะถูกเพ่งเล็งเป็นพิเศษ

     โอกาสที่จะได้มาซึ่งวีซ่าที่ถูกต้องตามกฎหมายจึงแทบเป็นไปไม่ได้เลย นอกจากต้องใช้วิธีใต้ดินซึ่งวิธีที่นิยมใช้กันมากที่สุดก็คือการ “ผ่าเล่ม” หรือ “ สวมพาส” โดยนำหนังสือเดินทางของผู้ที่ยื่นวีซ่าผ่านแล้วมาดัดแปลงเป็นของตนเอง แต่วิธีนี้อาจถูกกองตรวจคนเข้าเมืองญี่ปุ่นที่ประจำ อยู่สนามบินปลายทาง “เด้ง” กลับเมืองไทยเอาง่ายๆ หากจับพิรุธได้หรือแค่สงสัยเพียงนิดเดียว

     วิธีต่อมาก็คือการเดินทางไปยังประเทศที่สถานทูตญี่ปุ่นไม่เข้มงวดในกรออก วีซ่ามากนัก แต่ถ้ายังไม่ผ่านอีก ทั้งนายหน้าและตัวหญิงสาวยังไม่ยอมเลิกล้มความตั้งใจก็ต้องใช้วิธีที่ต้อง อาศัยดวงและความกล้าเข้ามาช่วยซึ่งวิธีหนึ่งที่พิสดารจนแทบไม่น่าเชื่อ แต่ก็มีคนใช้ได้ผลมาแล้ว ก็คือ การติดสินบนเจ้าหน้าที่ ต.ม.ดอนเมือง เพื่อให้หญิงสาวผ่านช่องตรวจพาสปอร์ตไปได้ พอเดินทางไปถึงสนามบินที่ญี่ปุ่นก็จะให้ผู้หญิงลงไปแอบอยู่ในกระเป๋าเดินทาง เอาดื้อๆ แล้วค่อยไปวัดดวงเอาที่ช่องตรวจสัมภาระ ดวงดีก็ได้ ดวงร้ายก็เข้าซังเต

     หากโชคดี สามารถเดินทางมาถึงญี่ปุ่น สิ่งแรกที่หญิงสาวจะต้องรับทราบคือสภาพหนี้ซึ่งทุกคนจะมีราคาหนี้ต่างกัน ตั้งแต่ 2 ล้านถึง 5 ล้านเยนขึ้นไป (ประมาณ 7 แสนถึง 5 ล้านเยนขึ้นไป) ประมาณ 7 แสนถึง 1.8 ล้านบาท) โดยนายหน้าที่ดำเนินการขั้นตอนต่างๆ ให้จะอ้างว่าเป็นค่าใช้จ่ายในการเดินทาง ค่าที่พัก ค่าอาหาร ฯลฯ ซึ่งทุกคนจะต้องทำงานฟรีเพื่อใช้หนี้ให้หมดก่อน โดยจะต้องรับแขกวันละ 10 คนขึ้นไป เป็นเวลาไม่ต่ำกว่า 1-2 ปี โดยห้ามออกไปไหนเด็ดขาด ไม่มีวันหยุดหรือวันลา

     บางครั้งแม้ไม่สบายหรือมีประจำเดือนก็ยังถูกบังคับให้รับแขกโดยไม่ใช้ถุง ยางอนามัย หากใครขัดขืนก็จะถูกทุบตีอย่างทารุณ บางคนคิดจะหลบหนีก็ไม่รู้ว่าจะหนีไปไหน ภาษาญี่ปุ่นก็พูดไม่ได้ จะหันไปปรึกษาคนรอบตัวก็มีแต่คนที่ตกอยู่ในสภาพเดียวกัน ความเครียด ความกดดันทำให้บางคนหันไปเสพยาเสพติด หรือไม่ก็ก่ออาชญากรรมร้ายแรงอย่างเช่นคดีหนึ่งที่เป็นข่าวครึกโครมใน ญี่ปุ่นที่สาวไทย 3 คนช่วยกันใช้มีดปาดคอแมงดาชาวญี่ปุ่นและแม่เล้าคนไทยจนเสียชีวิตเพื่อหลบหนี แต่ก็ถูกตำรวจตามจับตัวได้

     หญิงสาวบางคนก็โชคร้าย พอทำงานใช้หนี้จวนหมดก็จะถูกขายต่อให้กับเอเย่นต์รายอื่นอีก ทำให้ต้องทำงานใช้หนี้ต่ออย่างไม่มีทางหลีกเลี่ยง หลายคนที่พยายามหลบหนีก็จะถูกพวกยากูซ่าตามไปจับตัวกลับมา ซึ่งแน่นอนว่าต้องถูกทำทารุณกรรมอย่างหนัก บางรายถึงกับเสียชีวิตแบบไร้ร่องรอย กว่าจะใช้หนี้เสร็จก็แทบหมดสภาพ

     หญิงสาวเหล่านี้แม้จะเริ่มหาเงินได้เป็นอิสระ แต่ร่างกายก็ทรุดโทรมเต็มทีแล้ว ส่วนใหญ่ต้องพึ่งยาเสพติดจนกลายเป็นคนติดยา บางคนก็ติดการพนันจนเงินทองที่หามาได้หมดไปแบบไร้ค่า บางคนก็ถูกโรคร้ายที่เกิดจากการติดต่อทางเพศสัมพันธ์เล่นงานจนเป็นที่ รังเกียจ โดยเฉพาะคนที่ติดเชื้อเอดส์ซึ่งน่าสงสารที่สุด บางคนเมื่ออาการเข้าสู่ระยะสุดท้าย ต้องนอนรอความตายอยู่ที่โรงพยาบาลเพียงลำพัง ไร้ญาติขาดมิตรคอยดูใจ  สุดท้ายก็เหลือเพียงเถ้ากระดูกกลับบ้านเท่านั้น อย่างนี้แล้วใครที่คิดจะมายึดอาชีพขายที่นาผืนน้อย ยังคิดว่าญี่ปุ่นเป็นสวรรค์สำหรับการมาขุดทองอยู่อีกหรือ

     จึงขอวิงวอนให้พ่อแม่และผู้ที่กำลังตัดสินใจที่จะไปทำงานด้านการขายบริการใน ต่างประเทศคิดทบทวนและเลิกล้มความตั้งใจเสีย คนที่ประสบความสำเร็จจากการทำอาชีพนี้มีเพียงผู้โชคดีไม่มากนักประเทศไทยยัง ให้โอกาสในการประกอบอาชีพ การอยู่ในประเทศยังมีความอบอุ่นจากครอบครัว ได้มีโอกาสในการรักษาพยาบาลและได้รับการศึกษามากกว่าและดีกว่าที่จะมาเสี่ยง โชคแบบไร้จุดหมายเช่นนี้

     สุดท้ายนี้ ขอฝากไว้ว่าในกรณีที่ท่านพบเห็นเอเย่นต์ชักชวนสตรีไปขายบริการในต่างประเทศ โปรดแจ้ง มูลนิธิพัฒนาการคุ้มครองเด็กที่หมายเลข 6-2509-9782 หรือพบผู้ตกทุกข์ได้ยากในญี่ปุ่น โปรดแจ้งสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงโตเกียว หมายเลข 81-3-3447-2247 ต่อ 260 หรือ 232 
   
     บทความจากนิตยสารคู่สร้างคู่สม ฉบับที่ 626 ประจำวันที่ 10-20 มกราคม 2552 เขียนโดย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศเมื่อครั้งดำรงตำแหน่งเป็นเอกอัครราชทูต ณ กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

ครับ...
ญี่ปุ้นไม่เคยเป็นสวรรค์สำหรับ...คนที่หวังจะไปขุดทองอยู่แล้ว...
ปัญหาคือ...พวกเขาไม่เคยเชื่อ....
big smile
เมื่อก่อนแถวบ้านไปกันตรึมเลย
แต่ตอนนี้กลับมากันหมดแล้ว
บ่างก็มีลูกมีผัวกันหมด
บ้างก็ได้ผัวเป็นคนญี่ปุ่นเลย

เมื่อก่อนเอดส์ยังไม่ระบาด
กลับมาทัน ก็เลยไม่ติดbig smile
อยู่เมืองไทยตายเมืองไทยดีกว่านะคะ

#3 By eeddy(อี๊ด) on 2009-01-29 21:42

เพื่อนไปญี่ปุ่นมีแต่คนบอกว่า ลำบากมากก

#4 By Glinda The Good on 2009-01-29 22:25

แต่งบล็อคน่ารักได้มากมาย...

น่ารักๆ...เดี๋ยวจะแวะมาบ่อยๆนะคะ..

ชอบอะ...big smile big smile big smile big smile

#5 By ►Junsh◎ku on 2009-02-05 08:01